Skip to main content
6 แนวทาง ทำ Influencer Marketing ยังไงบรรลัยแน่นอน

6 แนวทาง ทำ Influencer Marketing ยังไงบรรลัยแน่นอน

เขาบอกว่า ยุคนี้เป็นยุคของ Influencer (ซึ่ง “เขา” ที่อ้างถึงนั้นคือใครก็ไม่รู้) เพราะเราอยู่ในยุคที่ที่ใครๆ ต่างก็สถาปนาตัวเองเป็น คนดังออนไลน์ หรือผู้มีอิทธิพล (Influencer) ได้ผ่านจำนวนแฟนหรือ follow ของตัวเอง

แถมเจ้า Influencer เหล่านี้มีจำนวนมากกว่าแสนราย (อ้างอิงจากข้อมูลของ Zocial Rank ที่ระบุว่าจำนวนเฉพาะแฟนเพจในประเทศไทยอยู่ที่ 152,583 เพจ) แถมยังแตกแขนงออกมาเป็น Segment ย่อยๆ อีกมากมายจนเราแทบไม่อยากเชื่อ

เพราะอย่างในอดีต เราอาจจะแบ่งบรรดาคนดังเหล่านี้แค่เป็นแค่สายหลักๆ อาทิ Beauty, Travel, Finance แต่มาตอนนี้ Influencer ยังแตกกระจายย่อยจนจำกันแทบไม่หวาดไหว

อาทิ Beauty ก็มีทั้งแบบรีวิวสินค้าราคาประหยัด, Beauty สายรีวิวสินค้าแบบพรีเมี่ยม

หรือสายท่องเที่ยว ก็ถูกแบ่งเป็น สายเที่ยวเดี่ยว เที่ยวเป็นกลุ่ม เที่ยวในประเทศ เที่ยวต่างประเทศ เที่ยวแบบถ่ายรูปสวยๆ เที่ยวญี่ปุ่น ฯลฯ

ซึ่งในอนาคตอาจจะ Fragment ไปในระดับ “เพจเที่ยวเขตดาวคะนองในงบไม่เกินร้อย ถ่ายรูปด้วยกล้อง iPhone 4” เท่านั้น ก็เป็นได้

ด้วยเหตุนี้ บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงอาศัย Influencer เหล่านี้มาช่วยบอก Message ของแบรนด์ แตกต่างจากในอดีตที่แบรนด์มักพูดเอาเองฝ่ายเดียวว่า “ชั้นดี ชั้นเก่ง” (ด้วยวิธีคิดแบบ Advertising-based) เพราะในเชิงของการทำ Influencer Marketing จะออกมาในแนว Public Relations มากกว่า (ซึ่งเป็นได้ทั้ง Marketing PR และ Corporate PR) ซึ่งสำเนียงที่ออกมาผ่านคนดังเหล่านี้ จึงไม่ได้ออกในแนว Brand’s Voice แต่มีความเป็น Consumer’s Voice มากกว่า และ Consumer พร้อมจะรับฟังมากกว่า

แต่จะทำอย่างไรให้การทำแคมเปญที่ใช้ Influencer แป้ก! (และลามไปถึงบรรลัย) บทความนี้เรามี 6 แนวทางสู่ความล้มเหลวมาฝากกัน

 

————————————————————-

แนวทางที่  1 เลือก Influencer ไม่ต้องคิดมาก

เลือกไปเถอะ Influencer ที่ลูกค้าอยากได้ ไม่ต้องไปอิงกับความเหมาะสม หรือคิดว่าเหมาะกับแบรนด์นั้นหรือไม่ เลือกเอาตามใจต้องการได้เลย จะไปคิดทำไมว่าคนนี้เหมาะกับแบรนด์มั้ย? ไม่ต้อง เสียเวลา แค่ทุกวันนี้ก็ทำงานกันหูตูบแล้ว จะต้องมาคิดอีกเหรอว่าเหมาะกับแบรนด์ชั้นรึปล่า เลือกๆ ไปเหอะ!

 

แนวทางที่  2 จำนวนแฟนยิ่งมากยิ่งดี

แน่นอนว่า สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดก็คือ จำนวนแฟนของ Influencer เหล่านั้น ยิ่งแฟนมีหลักล้านยิ่งดี! จะไปสนใจทำไมว่าจำนวนแฟนแหล่านั้นมาจากการซื้อ Like ซื้อ Follower มาเท่าไร

จงคิดซะว่า “ยิ่งมากก็ยิ่งดี” ไอ้พวกเพจหลักพันหลักหมื่นที่เน้นแต่การทำ Quality Content นี่บอกได้เลย “กระจอก ไม่ได้ตังจากพวกชั้นหรอก”

คิดแบบนี้แหละ จะได้เอาเงินไปจ่าย “ค่าโง่” ให้กับบรรดาเพจตัวปลอมทั้งหลายที่สร้างขึ้นมาเพื่อหาเงินกับ คนที่มีวิธีคิดแบบนี้นี่แหละ ศีลเสมอกันที่สุด

 

แนวทางที่  3 จงโพสต์แบบที่เราอยากให้โพสต์

ในเมื่อเราเลือกเพจเสร็จแล้วทั้งที ก็จงบอกให้เพจคิดเสียว่า ฟังคำสั่งชั้นซะดีๆ “เพจแกจะโพสต์คำคม วิดีโอ หรืออะไรชั้นไม่สน แต่ชั้นจ่ายตังแกแล้ว จงโพสต์สิ่งที่ชั้นอยากให้แกโพสต์ ไม่ต้องสนว่ามันจะแปลกปลอมกับเพจแกมั้ย จะไปสนทำไมว่าปกติเพจแก อาจชอบทำวิดีโอ แต่ชั้นให้แกโพสต์ภาพ Print Ad ของชั้น แกก็ต้องทำ “นี่สิ เด่นดี จบนะ!”

 

แนวทางที่  4 ยอด Like คือปลายทาง

เวลาที่มีเพื่อนมาไลค์รูปเรา แทบทุกคนก็มีความรู้สึกดีๆ เพราะฉะนั้นเวลาใช้ Influencer แต่ละที ก็ให้คิดแบบนี้เช่นกัน ดังนั้นเวลาทำ Influencer Marketing ก็จงมองปลายทางไว้ที่จำนวน Like ยิ่งภาพของแบรนด์เรา มีคน Like เป็นหมื่นเป็นแสน ยิ่งดี เพราะเผื่อเก็บจำนวเลข Like ไปแลกรางวัล

เพราะ Like นี่สิ มีค่าที่สุดแล้วเหนือ Engage อื่นใด “ใครแคร์คะ”

 

แนวทางที่  5 รักไม่ใช่ทุกอย่าง แต่เพจที่รักทำได้ทุกอย่าง

เมื่อเราชอบเพจไหนแล้ว สามารถให้เพจนั้นทำคอนเทนต์ หรือโพสต์อะไรก็ได้ แหม่ ก็ศัพท์เขายังมีบอก One Size Fit All ฉะนั้นเวลาได้เพจแล้ว จะให้เขาโพสต์ภาพ อัพวิดีโอ หรืออะไรก็ทำไปเหอะ คิดเสียว่าเพจดังๆ เพจเดียว ใช้ได้กับทุกอย่างนะแหละ

“เคยมีไอ้มนุษย์เอเยนซี่หน้าไหนไม่รู้ มาบอกชั้นว่า แฟนเพจที่ดังไม่ได้หมายความว่าจะทำคอนเทนต์ได้ทุกประเภท ชั้นนี่ด่ามันกลับไปเลย ก็เวลาชั้นชอบเพจไหนแล้ว ชั้นก็จะใช้เพจนั้นกับทุกอย่าง”

 

แนวทางที่  6 Think like a Brand, not consumer

หลักการของหนังสือการตลาดสมัยนี้ชอบสอนกันว่า Customer Centric แต่ในเมื่อกาลามสูตรยังแจ้งว่า “อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์” ดังนั้นจงบอกกับตัวเองว่าแนวคิดนี้ไร้สาระ สิ่งที่เราคิดนี่แหละ ดีที่สุดแล้ว เชื่อชั้น ฟันธง!

อย่างพวก Influencer ทั้งหลาย ชอบเสนอไอเดียอะไรมาสนอง Need ของเจ้าของเพจ แบรนด์เราไม่เห็นได้อะไร คิดมาเหมือนเรากำลังโยนเงินให้พวกมันไปตีกะหรี่แล้วฟินเอง อย่าหวังว่าคิดแบบมาแบบนี้จะผ่านชั้น ทุกอย่างต้องคิดจากชั้น เพราะโลกหมุนรอบตัวชั้น!

 

————————————————————-

 

หากทำได้ทั้ง 6 วิธีนี้ ผู้เขียนกล้ารับประกันว่าแคมเปญของท่านจะบรรลัยชิบหายวายป่วงแน่นอน ซึ่งผู้อ่านที่อยากให้แคมเปญของตัวเองเหมือนเรื่องด้านบน สามารถนำไปปรับใช้กันได้ตามใจชอบ

(เรื่องทั้งหกแนวทางนี้เป็นเรื่องสมมติ เหตุการณ์ที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง ผู้เขียนขอยืนยัน นั่งยัน และนอนยันว่าไม่ใช่เหตุการณ์ที่ผู้เขียนประสบมาแน่นอน)

Related posts:

Comments

comments