Skip to main content
Design ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า

Design สำคัญแค่ไหนในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า

ถ้าพูดถึง ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า (Consumer Electrics) เราจะพบว่า กลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน (Home Appliance) เป็นกลุ่มที่มีการสู้กันด้วยอาวุธอย่าง “ดีไซน์” มากที่สุด

เหตุผลส่วนหนึ่งมาจากเทคโนโลยีที่ไล่ตามกันทัน

นอกจากนี้ ผู้บริโภคก็ยังไม่สามารถรู้สึกถึง “ความแตกต่างของเทคโนโลยี” อย่างชัดเจน

ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีที่ช่วยถนอมอาหารให้สดและใหม่ที่ใส่ไว้ในตู้เย็น ก็ยากเกินที่แม่บ้านทั่วไปจะเทียบเคียงเทคโนโลยีของสินค้าแต่ละแบรนด์ในตอนซื้อ

กรณีนี้ต่างจากสินค้าในหมวดของภาพและเสียงที่คนซื้อสามารถเปรียบเทียบด้วยสายตาและหูได้ทันที

เมื่อเป็นเช่นนี้ First Impression ที่ผู้บริโภคทั่วไปจะสัมผัสได้ ในกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน จึงตกมาอยู่ในส่วนของงานดีไซน์มากกว่า

ไม่เพียงแค่เรื่องของความชอบในตัวสินค้าเท่านั้น หากแต่ดีไซน์ยังเป็นเครื่องมือในการช่วยยกระดับความรู้สึกในใจของผู้บริโภคที่มีต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างมาก

สินค้าเกาหลีที่สามารถก้าวกระโดดมาได้ไกลถึงขนาดนี้ เนื่องจากมีดีไซน์เป็นหมัดเด็ดที่น็อกคู่แข่งขันทั้งญี่ปุ่นและยุโรปมานักต่อนัก จนเป็นกรณีศึกษาที่ดีเกี่ยวกับเรื่องความสำคัญของดีไซน์ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า

 

Case Study: Korean Brand

            ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าภายในระยะเวลาเพียงไม่ถึง 10 ปี แบรนด์เกาหลีสามารถยกระดับจากสินค้าที่เน้นจุดขายเรื่องราคาไปสู่พรีเมียมแบรนด์เป็นผลสำเร็จ

เริ่มจากแบรนด์ซัมซุง

เบื้องหลังความสำเร็จของซัมซุงนั้น ประการแรกมาจากนโยบายของทางบริษัทแม่เองที่ตั้งใจจะยกระดับแบรนด์ของตัวเอง และออกแคมเปญกิจกรรมระดับโลกออกมาอย่างมากมายและต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปเป็นสปอนเซอร์มหกรรมกีฬาโอลิมปิกหลายสมัยติดต่อกัน

แต่เหนือสิ่งอื่นใดคงปฏิเสธไม่ได้ว่า “ดีไซน์” และ “เทคโนโลยี” คือ สองปัจจัยหลักที่ทำ Korean Brands หลายค่ายมีมูลค่าของแบรนด์ มากกว่า Japanese Brands เสียอีก

การทุ่มเทเพื่องานออกแบบของซัมซุงนั้นเริ่มมาตั้งแต่ปี 2001 โดยได้มีการจัดตั้งซัมซุง คอร์ปอเรต ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (Samsung Corporate Design Center) โดยมี มร.คุน ฮี ลี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เป็นประธาน

ครั้งนั้น มร. คุน ฮี ลี ได้แสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นปรัชญาของซัมซุงในศตวรรษที่ 21 ว่า

“การขายสินค้าที่เพียงแต่ขายออกไปเพียงอย่างเดียวได้หมดยุคไปแล้ว ปัจจุบันสิ่งที่สำคัญคือดีไซน์และความสร้างสรรค์ที่ทุกแบรนด์ต่างหันมาแข่งกันมากขึ้น

“ซัมซุงเชื่อว่า เทคโนโลยีนั้นตามกันได้ทัน แต่สิ่งที่จะทำให้ซัมซุงเหนือกว่าคู่แข่งคือ ดีไซน์

ซัมซุงมีดีไซน์ เซ็นเตอร์หลายแห่งกระจายอยู่ทั่วโลก ได้แก่ ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลี ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ลอสแองเจลิส และซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กระทั่งมิลาน ประเทศอิตาลี มีดีไซเนอร์จากชาติต่างๆ อีกหลายร้อยชีวิตที่ศูนย์การออกแบบ เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจว่าสินค้าของซัมซุงในยุคหลังๆ จึงมีความโดดเด่นในเรื่องของดีไซน์มากกว่าคู่แข่ง

ส่วนแอลจีเองก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน

การปฏิวัติงานดีไซน์ของแอลจีนั้นเริ่มขึ้นเมื่อปี 1991 โดยเริ่มจากการจัดตั้งเครือข่ายทีมนักออกแบบทั่วโลก เพื่อพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค

แอลจีมีทีมนักออกแบบมากกว่า 500 คน จากจำนวนนับ 10 ประเทศ ทำงานอยู่ในศูนย์ค้นคว้าวิจัยการออกแบบที่ยุโรป จีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และอินเดีย เพื่อสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ๆ ระดับโลกร่วมกับศูนย์การบริหารด้านการออกแบบที่ประเทศเกาหลี

ตัวอย่างที่ชัดเจนมากที่สุดสำหรับผลงานด้านดีไซน์ก็คงหนีไม่พ้น ตลาดตู้เย็นระดับบนอย่าง Side by Side ซึ่งค่ายเกาหลีเป็นผู้ที่เปิดตลาดอย่างเป็นจริงเป็นจังในบ้านเรา

ก่อนหน้าที่ตลาดตู้เย็นจะเกิดเซ็กเม้นต์ใหม่ดังกล่าวนี้ บ้านเราคุ้นเคยอยู่กับตู้เย็นสองแบบคือ หนึ่งประตู และสองประตู โดยมีค่ายผู้ผลิตจากญี่ปุ่นเป็นเจ้าตลาดมานานสองนาน

จนเมื่อค่ายเกาหลีได้ตัดสินใจเปิดตลาดนำเอาตู้เย็น Side by Side มาจำหน่ายเมื่อหลายปีก่อน ตลาดตู้เย็นก็มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน

ตู้เย็น Side by Side ได้แจ้งเกิดในฐานะตู้เย็นตลาดพรีเมียมเป็นผลสำเร็จ ซึ่งในเซ็กเม้นต์นี้สินค้าเกาหลีมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากถึง 80%

  หลายครั้งในการพัฒนาสินค้า ซัมซุงเริ่มต้นโปรเจ็กต์ด้วยเอาดีไซน์เป็นตัวตั้ง แล้วจึงนำเอาเทคโนโลยีของสินค้าใส่เข้าไป

ผลที่ตามมาทำให้สินค้าทุกตัวของซัมซุง ทั้งหมวดภาพและเสียง หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ได้แปรสภาพจากเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปเป็น “เฟอร์นิเจอร์” ชิ้นหนึ่งของบ้านเป็นที่เรียบร้อย

อีกหนึ่งวิธีการที่ผู้ผลิตเริ่มนิยมนำมาใช้คือ การทำ Co-Branding หรือนำสินค้าของตัวเองเข้าไปผูกกับดีไซเนอร์ชื่อดังของโลก เพื่อยกระดับความเป็นพรีเมียมของสินค้าตัวเอง

เคสที่ฮือฮามากก็คงหนีไม่พ้นการที่แอลจีได้มีการจับมือกับ Swarovski เพื่อผลิตตู้เย็นพรีเมียม Side by Side ที่มีการประดับคริสตัลแท้จาก Swarovski เพื่อเอาใจแม่บ้านที่อยากได้สินค้า Stylish หรือจะเป็นค่ายซัมซุงที่ร่วมมือกับดีไซเนอร์ซื่อดังอย่าง Jasper Morrison มาร่วมออกแบบตู้เย็น Side by Side

 

ปัจจุบัน งานดีไซน์ในกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วตามไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพฤติกรรมการเลือกซื้อที่พักอาศัย ซึ่งคนในเมืองส่วนใหญ่จะนิยมซื้อคอนโดในเมือง เพราะความสะดวก

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ ที่ส่งผลกับตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า และเฟอร์นิเจอร์โดยตรง

กล่าวคือ ผู้บริโภคจะมีการเตรียมตัว วางแผนการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านไปพร้อมๆ กัน ไม่ได้ซื้อทีละชิ้นสองชิ้นมาวางด้วยกันเหมือนสมัยก่อน

เมื่อเป็นเช่นนี้เทรนด์ดีไซน์ของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน จึงเริ่มขยายตัวออกไปยังสินค้าชนิดอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น

ทำให้ในปัจจุบัน ถ้าตัดปัจจัยเรื่องของราคาออกไป “ฟังก์ชั่น” กับ “ดีไซน์” ขยับเข้ามาใกล้กันมากขึ้น เพราะการทำฟังก์ชั่นให้แตกต่างกันเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าทำดีไซน์ได้โดดเด่น และแตกต่างจะได้ประโยชน์ที่เหนือกว่าคู่แข่ง

นั่นก็เพราะบางครั้งอารมณ์รุนแรงกว่าเหตุผล

ดีไซน์จึงเป็นเหมือน Emotional Connection ในการเชื่อมระหว่างสินค้ากับผู้บริโภค

ส่วนจะตัดสินว่าดีไซน์ของเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นไหนจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ที่สุดแล้วถนนทั้งสองสาย คือ Smart Technology กับ Stylish Design จะต้องมาบรรจบกันอย่างสมบูรณ์

เมื่อนั้นถึงจะเรียกว่าเป็นงานดีไซน์ลงตัว