Skip to main content
Retro Market Place สร้างตำนานผ่านสถานที่

Retro Market Place สร้างตำนานผ่านสถานที่

ไม่ใช่แค่ Retro Marketing จะมีแต่ Retro Product เพียงอย่างเดียว แต่ยังมี Retro Market Place ด้วยเช่นกัน

เพราะขึ้นชื่อว่า Marketing หรือการตลาดก็เปรียบได้กับความพยายามในการหยิบโอกาสใหม่ๆ ที่มาจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคซึ่งมีอยู่ตลอดเวลา

เมื่อเป็นเช่นนี้ นักการตลาดจึงจำเป็นที่จะต้องมีประสาทสัมผัสพิเศษ สำหรับใช้ควานหาขุมทรัพย์ที่ยังไม่มีใครเคยพบเจอมานำเสนอต่อผู้บริโภค

ไม่เว้นแม้กระทั่งสถานที่ หรือ Market Place

ทั้งนี้ก็เพราะว่า Market Place ก็นับเป็นอีกหนึ่งโปรดักต์รูปแบบหนึ่ง ซึ่งนับวันกระแสการเกิดของ Retro Market Place ในทั่วเมืองไทยก็ฮอตมากขึ้นเรื่อยๆ สอดคล้องกับการเติบโตของ Retro Marketing ด้วยเช่นกัน

หลักๆ แล้วแหล่งท่องเที่ยวที่เป็น Market Place นี้พอจะแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะเด่น

คือ 1. Traditional Market (ตลาดที่มีมาแต่ดั้งเดิม) กับ 2. Man Made (สถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อหวังผลด้านการตลาดโดยเฉพาะ)

แม้ว่าทั้งสองจะมีที่มาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ต่างก็ทำหน้าที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เป็นนักท่องเที่ยวยุคใหม่ได้อย่างดี

หัวใจสำคัญของการปลุกปั้น Market Place เหล่านี้ อยู่ที่การกำหนด Positioning ให้ชัดเจนไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม

เพราะสิ่งนี้จะเป็นอะไรที่คนจดจำได้เป็นอันดับต้นๆ และยากที่จะเปลี่ยนแปลงในภายหลัง

ตัวอย่างเช่น กรณีของตลาดน้ำอัมพวาที่สร้างตัวตนจนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เกิดมาจากการ Positioning ว่าอัมพวา คือ วิถีชีวิตของคนไทยภาคกลางที่อยู่กับน้ำ กับคลอง จึงออกมาเป็นตลาดน้ำที่โด่งดังอันดับต้นๆ ของประเทศ

ส่วน ตลาดสามชุก 100 ปี ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ก็มีจุดเด่นในเรื่องของเมืองที่เคยเป็นย่านการค้าเก่าแก่ริมแม่น้ำสุพรรณบุรี

ในฝั่งของ Market Place ที่เป็น Man Made เองก็ล้วนแล้ววาง Positioning ได้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่จดจำได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นจริงๆ

ตัวอย่างเช่น เพลินวาน ที่หัวหิน ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศแวะเวียนกันเข้าไปไม่ขาดสาย เพราะเพลินวานมี Positioning ที่ชัดเจน รวมถึงเก็บดีเทลได้อย่างละเอียด

ขณะที่ Palio ก็โดดเด่นเหมือน Small Village ในอิตาลี

การได้รับความนิยมในตลาดสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ สิ่งที่ตามมาก็คือ เกิดเป็นชุมชนใหม่ขยายตัวใหญ่ขึ้น และเมื่อมีกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมเดียวกันมารวมตัวกันมากขึ้นก็หมายถึงโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ที่มีมากขึ้นตามมาจนเกิดเป็น Lifestyle Mall ใหม่ๆ อีกมากมาย ทั้งในหัวหินและเขาใหญ่

อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการสร้าง Market Place ให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องรักษาคุณค่าของวัฒนธรรมดั้งเดิมนั้นๆ ให้คงเดิมไว้ให้นานที่สุด

เพราะนักท่องเที่ยวที่ล้วนแล้วแต่โหยหาวิถีชีวิตดั้งเดิมที่มีคุณค่าเหล่านี้

เพราะการนำคุณค่าของวัฒนธรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์นั้น มีองค์ประกอบที่น่าสนใจอยู่ 3 ประการ คือ

  1. ความเข้าใจในคุณค่าของวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง
  2. ความสามารถในการรับรู้ความต้องการเบื้องลึกของผู้บริโภค
  3. ความสามารถในการเชื่อมคุณค่าของความดั้งเดิม ความเป็นตัวตน เข้ากับความทันสมัยอันกลมกลืน อันได้แก่ Tone& Manner, Taste และ Trend

ใครก็ตามที่สามารถนำเอาหลักการดังกล่าวนี้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตนเองได้ก็เป็นเรื่องที่ดี

เพราะต้องไม่ลืมว่า Market Place (ทั้ง Retro Marketing แบบ Retro Market Place หรือเป็น Boutique Market Place) ทุกที่ล้วนต้องแข่งขันกันเองทั้งสิ้น

ขณะเดียวกันกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ก็เป็นกลุ่มเดียวกัน ไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน คือ นิยมท่องเที่ยวด้วยรถยนต์ในระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร

ดังนั้นนอกเหนือจากปัจจัยพื้นฐานคือ ความสะดวกในการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวก การบริการหรือมิตรไมตรีของคนในชุมชนและพนักงาน

สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ “คุณค่า” ที่นักท่องเที่ยวจะได้รับกลับมา

เพราะมันจะทำให้สถานที่เหล่านั้น มีความหมายและคุณค่าในตัวเอง

Related posts:

Comments

comments